เรื่อง เรื่องสั้น ๆ โดย ChoLE

เรื่องสั้น ๆ

  • การสูญเสีย
940

พอแล้ว ขอให้เธอมีความสุขนะ พักหลัง ๆ มานี้ แทบทุกค่ำคืนในบ้านไม้ซ่อมซ่อติดลำคลองเงียบสงบที่มีต้นไม้รกครึ้มขึ้นเรียงรายปกคลุม ฉันมักนอนหลับฝันถึงอะไรบางอย่างซ้ำซากจำเจ เท่าที่จดจำได้ ในฝัน ฉันจะยืนอยู่ในห้องสีขาวขมุกขมัวด้วยหมอกจางลอยละเอื่อยคละคลุ้งด้วยกลิ่นหอมคล้ายดอกลั่นทมผสมยี่สุ่น และเหมือนได้ยินเสียงแมลงกรีดร้องระงมหวีดหวิวสูง ๆ ต่ำ ๆ เป็นจังหวะยากคาดเดา ฉันยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น น่าจะริมผนังห้อง หรือไม่ก็อยู่กลางห้อง ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่จำได้ชัดเจน คือสิ่งที่ฉันมองเห็น คนแปลกหน้าท่าทางอมโรคชายหญิงเปลือยเปล่าร่วมรักกันอย่างทุกลักทุเล ฝ่ายชายเคลื่อนขยับเอวอย่างช้าเชือนราวสปริงเสื่อมสภาพ และครางเสียงเหนื่อยหอบขาดห้วงเป็นระยะ ๆ ส่วนฝ่ายหญิงหน้าตาซีดเซียวซูบผอม แทบไม่ขยับร่างกาย พึมพำบทสวดอ่อนระโหยไม่ได้ศัพท์ แววตาว่างเปล่าลอยละล่องเควิ้งคว้างไร้จุดหมาย ทั้งเขาและเธอต่างเพิกเฉยต่อทุกอย่าง ไม่แม้จะหันมาสบตาฉันที่ยืนสงสัยอยู่อย่างนั้น ฉันยืนมองจนพวกเขาเสร็จกิจราคะอันจืดชืด ฝ่ายชายก้มหน้าแลบลิ้นน้ำคาวเมือกขาวขุ่นบนพื้นไม่ต่างจากลูกสุนัขอมโรคหิวโซ ส่วนฝ่ายหญิงค่อย ๆ คลานหายลับเข้าไปในม่านหมอกเหมือนตัวเงินตัวทองที่ฉันมักพบยามเช้าตรู่ละแวกบ้าน ส่วนฉันก็ดันเกิดมีอารมณ์ใคร่ขึ้นมากระทันหัน ในฝัน ฉันเปลื้องผ้าตนเองออกรวดเร็ว แล้วค่อย ๆ ช่วยตัวเอง เพียงแค่เริ่มแข็งชันยังไม่เต็มที่เท่านั้น อาการปวดหลังและร้าวลงขาเหมือนมีไฟฟ้าแลบแปลบ ๆ วิ่งผ่านลงมาตามแนวเส้นประสาทก็กำเริบรุนแรง ฉันทรุดตัวลงนั่งกองบนพื้นเย็นยะเยือก รู้สึกเหนื่อยหอบปานวิ่งมาราธอนขึ้นเขามาทั้งวัน นี่ยังยังไม่ถึงเส้นชัย เพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ แต่หัวใจในทรวงอกของฉันคล้ายจวนจะหยุดเต้น แปลกที่น้ำอสุจิดันเกิดยืดเยิ้มยาวย้อยออกมาตอนไหนไม่รู้ ร่างกายทุกส่วนของฉันตึงเกร็งแข็งค้างยากจะขยับเขยื้อนราวกับกำลังถูกเวทมนต์ของพ่อมดชั่วร้ายสาปส่งครอบงำตลอดกาล ฉันพยายามดิ้นทุรนทุราย สองมือไล่ป่ายควานคว้าหาบางอย่างในความว่างเปล่าของอากาศขุ่นมัวเย็นเยือก ถึงตอนนั้นเองที่ฉันสะดุ้งตื่นลืมตา ฟ้ายังไม่สว่าง ไร้แสงใดแยงเข้ามารบกวนในห้องนอนคับแคมเหม็นหืน แต่ได้ยินเสียงฝนกระทบหลังคากระเบื้องดังเปาะแปะเล็กน้อย ฉันไม่รู้ว่าตอนนั้นเป็นเวลากี่โมงกี่ยามกันแน่ รู้เพียงว่าในคอนั้นแห้งผากราวกับกลืนกินทรายละเอียดลงไปสองสามกำมือ ซ้ำยังปวดปัสสาวะเกินกลั้น อวัยวะเพศแข็งตัวตึงค้างจนปวดตุบ ๆ ฉันกัดฟันพาตนเองลุกขึ้นนั่งชันเข่าด้วยความยากลำบาก อาการปวดตึงช่วงเอวและหลังส่วนล่างทักทายฉันรวดเร็ว ตามมาด้วยการปวดร้าวบริเวณน่องข้างซ้ายเหมือนถูกมีดคมกริบกรีดเฉือนเป็นแนวยาวอย่างเลือดเย็น และยังชายิบ ๆ ซ่า ๆ ที่ปลายนิ้วเท้าราวกับกำลังสวมถุงเท้าบาง ๆ ตลอดเวลา ฉันใช้มือถลกชายมุ้งขึ้นเล็กน้อย ควานหาขวดพลาสติกผ่าครึ่ง ดึงกางเกงบ็อคเซอร์ลง จับองคชาติกดลงตรงปากขวด โดยคาดเดาระยะในความมืดสลัว จากนั้นเริ่มปลดปล่อยน้ำในกระเพาะกระทบขวดพลาสติกดังระคายโสต มันยากจะควบคุมทิศทาง แล้วที่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ คือฉันมองไม่เห็นอะไรเลย นั่นจึงทำให้น้ำอุ่น ๆ กลิ่นฉุน ๆ ทะลักเปียกแฉะที่นอนเพื่อสุขภาพราคาถูก แต่ฉันไม่สนใจ หลังโล่งสบายใต้ท้องน้อย ฉันใช้ผ่าห่มซับและเช็ดนิ้วมืออย่างลวก ๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปคลำหาขวดน้ำมาเปิดกระดกลงคอหลายอึก แล้วล้มตัวลงนอน หายใจเข้าออกช้า ๆ หลับตา ในใจยังแอบนึกถึงความฝันเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าตนเองควรรู้สึกยังไงกันแน่ เสียวกระสันหรือพรั่นพรึง เร่าร้อนหรือตื่นกลัว รู้ไหม เธอรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันกำลังประสบกับโรคร้ายตามช่วงวัยและการใช้ชีวิตมาอย่างสมบุกสมบัน ร่างกายของฉันมันกำลังทวงถามถึงการดูแลรักษาและการฟื้นฟูด้วยยา โปรตีน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย มันส่งสัญญาณรบเร้ามาเป็นละลอก และเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสัปดาห์ล่วงเลยมานับเดือน แล้วนี่มันก็สามเดือนแล้ว สามเดือนแล้วที่เธอต้องทนฟังฉันบ่นระบายเรื่องป่วยไข้ รวมถึงบอกเล่าเรื่องแนวทางการรักษาที่ยังคลุมเครือ เธอก็คงเหนื่อย เธอก็คงเบื่อ รู้อะไรไหม จิตใจของฉันมันป่วยไข้นำหน้าร่างกายไปเยอะจนยากกู่กลับ แทบทุกวินาที ฉันจมดิ่งในความสับสนหม่นมืดไร้ทางออกราวกับคนพลัดหลงในป่าดิบชื้นยามค่ำคืน ถึงจะมีใครก็ตามพยายามเดินเอาแสงไฟและชี้นิ้วมือบอกทางออกให้ด้วยไมตรี ฉันก็ยังไม่เชื่อ ไม่คิดที่จะเดินตามออกไป ฉันยังย่ำเดินอยู่ในหล่มโคลนชื้นแฉะและเหนอะเหนียว ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างยากเย็นแสนเข็ญ บางครั้งก็หยุดพักนั่งลงปล่อยให้ปลักโคลนตรงนั้นค่อย ๆ ดูดกลืนฉันลงไปช้า ๆ ฉันเห็นตัวเองกลายเป็นใครอีกคน และอีกหลายคน ต่างกำลังร้องไห้ กำลังหัวเราะ กำลังนึกเสียดายกับช่วงเวลาที่ผ่านมา และกำลังโหยหาอดีตในวัยหนุ่ม นึกเสียดายว่าที่ไปนั่งดื่มเหล้าดื่มเบียร์เป็นเวลาค่อนคืน นั่งอ่านหนังสือผิดท่า ไปยกของหนักโชว์พลังกายใจให้เพื่อนยอมรับ บทจะบ้าออกกำลังกายก็ไปวิ่งแบบไม่คิดชีวิต เพียงเพื่อจะเอาผลของระยะทางมาโอ้อวดต่อคนรักและเพื่อนฝูง หมายมั่นจะทำเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจให้คนใกล้ตัวหันมาออกกำลังกายรักษาสุขภาพ ถุย ! ฉันมันทำอะไรแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทำเป็นอวดรู้อะไรต่อมิอะไร ทั้งที่ความเป็นจริงตนเองไม่ได้เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย หากย้อนเวลากลับไปได้ ฉันควรจะเอาเวลานั่งสังสรรค์เผาผลาญเงินเดือนไปกับเมรัยราคาถูกมาเข้าบ้านนอนหลับพักผ่อนให้ตรงเวลาเพียงพอ และอ่านหนังสือธรรมมะ และนั่งสมาธิ และสวดมนต์ และแผ่เมตตาเพื่อป็นการดูแลสุขภาพจิตใจให้มั่นคงจะได้ไม่อ่อนไหวงอแงแบบนี้ แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความคิดล่องลอยเพ้อเจ้อทั้งนั้นแหละ ฉันไม่เคยทำได้อย่างที่พูดเลยสักอย่าง พวกเขาเหล่านั้นที่กระจัดกระจายแยกร่างออกมาจากตัวตนของฉันก็ได้แต่ยืนส่งเสียงพูดพร่ำอะไรทำนองนั้นโดยที่ฉันเองก็ทำได้เพียงพยักหน้าส่งสายตาคล้อยตามคล้ายคนเห็นด้วยกับความคิดดี ๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากนักคิดนักพูดแห่งยุคสมัยที่ใครต่อใครนิยมชมชอบแห่กันแชร์ขึ้นบนโปรไฟล์แห่งโลกเสมือน ฉันรู้ว่าทุกคนที่รู้จักมักคุ้นต่างหวังดีต่อฉันกันทั้งนั้น อยากให้ฉันเข้มแข็งแกร่งทะนง มองโลกในแง่ดีกว่านี้ อย่ากล่าวโทษและสมเพชตัวเองมากนัก และอย่าตัดพ้อชะตาชีวิตที่เราอาจเป็นคนขีดเขียนขึ้นมาเอง แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ฉันมันเป็นคนแบบนี้ เป็นมาตั้งแต่เด็ก นิสัยของฉันถูกบ่มเพาะจากพ่อแม่ และอาจถูกส่งต่อจากปู่ย่าตายาย ไล่ลามขึ้นไปถึงทวดก็เป็นได้ เห็นไหมว่าฉันกล่าวโทษตัวเองยังไม่พอ ยังลามโยนความผิดให้บรรพบุรุษอีกต่างหาก ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าไหม เธอเองก็น่าจะรู้แหละว่าฉันเป็นคนอย่างนี้ หรือว่าเธอเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอยังจะอยากคบหากับฉันอยู่หรือเปล่า เธอเคยเปรียบว่าฉันเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กอบอุ่นปลอดภัยและสุขสงบผ่อนคลายจากทุกปัญหารุมล้อมในชีวิต เธอได้เข้ามาพักผ่อนนอนหลับและบอกเล่าความฝันความจริงความงามรวมถึงความโศกตรมหลากหลายเรื่องราว เธอบอกว่าเธอได้เป็นตัวของตัวเองตอนอยู่กับฉัน จะพูดหรือคิดหรือแสดงกิริยาท่าทางอะไรออกมาก็ได้โดยที่ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ ฉันแอบดีใจนะที่เธอคิดแบบนั้น แต่สิ่งที่ฉันหวาดกลัวที่สุดมันเริ่มส่งเสียงแสบโสตระคายเคืองมานานหลายคืนแล้ว ฉันแกล้งเพิกเฉยทำเมิน ผลัดวันประกันพรุ่งไม่กล้าหันหรือก้มสบมองสนทนากับมันสักเท่าไหร่ ก็บ้านหลังนี้ในตัวฉันมันเริ่มชำรุดทรุดโทรมถูกปลวกกัดแทะยึดครองทำรังสร้างอาณาจักรลุกลามทำลายล้าง บ้านหลังนี้เริ่มส่งกลิ่นอับหืนของเชื้อราแห่งวันเวลาที่ถูกหมักหมมไว้นานหลายปี บ้านหลังนี้เริ่มมีรอยรั่ว รูโหว่ กระเบื้องแตกร้าว ผนังลอกร่อนหลุดร่วงบานพับประตูและหน้าต่างหนืดเหนียวฝืดฝาดส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดสยดสยองเหมือนซาวด์ประกอบหนังผีเกรดบีที่ไม่มีใครเสียเงินเสียเวลาเข้าไปนั่งดูในโรงภาพยนตร์ ขั้นบันไดไม้ผุโยกเอนเอียงเสี่ยงต่อการหกล้มหัวทิ่มหัวตำและยังมีอะไรต่อมิอะไรภายในบ้านอีกมากมายที่เริ่มเก่าคร่ำไร้ราคา ฉันพยายามเมินเฉย ประวิงเวลาวาดหวังว่าสักวันจะเก็บเงินและเรี่ยวแรงซ่อมแซมต่อเติมบ้านหลังนี้ให้กลับมาคืนสภาพสดสวยอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอด สิ่งที่ฉันหวาดกลัวก็ขยายขอบเขตเป็นดั่งเงาใหญ่ยักษ์ตามติดรบกวนทั้งยามหลับและยามตื่นรวมถึงตอนฝันประหลาดนั้นด้วย ฉันกลัว เธอได้ยินไหมว่าฉันกลัว ฉันกลัวการจากลา กลัวว่าสักวันหนึ่งเธอจะหายไปจากบ้านหลังนี้ กลัวว่าเรื่องราวทั้งสวยงามและขุ่นเคืองภายในบ้านสองเราจะกลายเป็นแค่ความทรงจำลางเลือนที่ต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาลในการรีดเค้นเพื่อระลึกนึกถึงในวัยชรา ฉันกลัวว่าเธอจะจากไปเหมือนใครที่ผ่านมาในชีวิต กลัวว่าเธอจะเก็บข้าวของและความรู้สึกดี ๆ รวมถึงเสียงหัวเราะ เสียงเพลง หนังสือ ภาพวาด แจกันดอกไม้ออกไปจากบ้าน และอาจนำไปทิ้งยังกองขยะข้างทาง หรืออาจเอาไปขายต่อร้านของเก่าในราคาถูกกว่าต้นทุนผลิต ฉันกลัวเหลือเกิน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าถึงยังไงเธอก็จะมีเหตุผลมาปลอบประโลมและให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่กับฉันต่อไปเรื่อย ๆ ในบ้านหลังนี้ รอให้ฉันหายดี รอให้บ้านกลับมามั่นคงทนทานลมฝนและพายุอีกครั้ง รอให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้งในห้องนอน ในห้องครัว ในห้องนั่งเล่น ในห้องน้ำ และบริเวณรอบ ๆ ตัวบ้าน รอให้ความสุขของเราถักทอเป็นผืนผ้าห่มอ่อนนุ่มหอมชื่นเรียกร้องการสัมผัสบนเตียงนอนเพื่อสุขภาพขนานแท้ รอให้เราได้ออกเดินท่องกาลเวลาอันผันผวนและสะสมเก็บภาพริมทางเอาไว้ลงมือละเลงพู่กันร่วมกันเพื่อจะได้ใส่กรอบเรียบหรูแขวนผนังบ้านโดดเด่นไว้ใช้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของฉัน เพื่อน ๆ ของเราสองคน เธอรับปากว่าจะรอ รอฉันเรื่อยไป บ้านจวนจะพังก็ต้องซ่อม หากซ่อมไม่ได้ก็จะอยู่ไปแบบนั้น เธอบอกว่าไม่อยากย้ายออก เหนื่อยที่จะต้องรอนแรมแสวงหาบ้านหลังใหม่ เบื่อที่จะทดลองสานสัมพันธ์กับใครอีกแล้ว แต่สำหรับฉัน คำว่ารอคอยมันมีน้ำหนักกดทับจิตใจที่กำลังอ่อนแอของฉันมากเหลือเกิน จนฉันยิ่งเกิดความกลัวเข้าไปกันใหญ่ ความกลัวมันได้แผ่ขยายครอบคลุมจิตใจจนฉันไม่สามารถมองเห็นอะไรที่ควรเห็นได้อีกแล้ว ลำคลองหน้าบ้านที่เคยใสเย็นกลับเต็มไปเศษสวะและซากสัตว์เหม็นเน่า ต้นไม้หน้าบ้านที่เคยรกครึ้มแผ่กิ่งก้านสร้างร่มเงากลายเป็นแห้งตายร่วงโรยหมักหมมบนผืนดินแห้งแตก สวนผักสวนดอกไม้หลังบ้านที่เคยออกดอกออกผลยั่วยวนแมลงบินโฉบเฉี่ยวทักทายกลายเป็นติดเชื้อถูกหนอนตัวอ้วนกัดแทะใบจนเว้าแหว่งเป็นรูโหว่ หอยทากคลืบคลานเนิบช้าเข้ากัดกินทำลายอย่างเอร็ดอร่อย เธอรู้ไหมว่าสมองของฉันมันเอาแต่คอยสร้างภาพร้ายกาจพวกนั้นมาหลอกหลอนฉันตลอดเวลา ยิ่งฉันต้องไปเข้ารับการรักษาแบบกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลรัฐด้วยแล้ว ฉันยิ่งหวาดกลัวไปกันใหญ่ ภาพคนชราเจ็บป่วยถึงขึ้นต้องนั่งรถเข็น เดินเหินลำบาก สีหน้าพวกเขาท้อแท้สิ้นหวัง แววตาหม่นมัวไร้ชีวิต น้ำเสียงอ่อนแรงแหบแห้ง ทั้งหมดนั่นมันพาลพาจิตใจฉันห่อเหี่ยวลงมากกว่าเดิม ฉันต้องทนยืนอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น กลิ่นยา กลิ่นแอลกอฮอร์ฆ่าเชื้อ และกลิ่นเท้าอับ ๆ กักขังฉันไว้ให้แน่นิ่งราวถูกจองจำ แต่ฉันกลับได้ยินคุณหมอผู้แต่งกายสะอาดสะอ้านพูดจาเสียงดังเชิงสั่งสอนต่อยายหลังโค้งงออ่อนแรงว่าต้องออกกำลังนะ ขืนมัวแต่ยกมือไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอนอย่างเดียวจะไม่หาย ผ่าตัดมาก็ไม่รู้จะดีขึ้นรึเปล่า โอ้ คุณหมอช่างพูดความจริงยิ่งกว่าจริงออกมาอย่างง่ายดายโดยที่ไม่หยุดคิดเลยว่าคนไข้จะรู้สึกยังไง แล้วคุณหมอก็บอกให้ยายคนนั้นพยายามกระเสือกกระสนลุกจากรถเข็นไปขึ้นเตียงทำกายภาพ ทุกการเคลื่อนของยายซึ่งไร้ลูกหลานเคียงข้างช่างดูเหนื่อยหน่ายไร้ชีวิตชีวาเหลือเกิน มันเหมือนก้อนเนื้อขนาดมหึมาถูกใครสักคนที่กำลังล่องหนในอากาศผลักไสไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เตียงดึงกระดูกสันหลังทำหน้าที่ของมันตามการตั้งเวลาของผู้ช่วยพยาบาลผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดและดูเหมือนจะมีอารมณ์ฉุนฉียวอยู่ตลอดเวลา พวกเขาให้ยายยกขาชันเข่า เขยิบเอวให้ตรงตำแหน่ง น้ำเสียงนั้นทีเล่นทีจริง ดุบ้าง หยอกบ้าง บรรยากาศช่างสนุกสนานสิ้นดี ราวกับกำลังอยู่ในตลาดนัดขายของมือสอง ซึ่งสินค้าอาจจะเป็นกระดูกสันหลัง กระดูกคอ กระดูกขา และอาจจะรวมถึงจิตวิญญาณของผู้ป่วยด้วย โอ้ นี่ฉันคิดอะไรไกลเกินกู่กลับอีกแล้ว และทุกครั้งที่ฉันเหลือบไปสบตากับผู้ช่วยพยาบาลคนนั้น แววตาขุ่นมัวคู่นั้นจ้องกลับมาแวบหนึ่ง ฉันเหมือนได้ยินคำพูดบางอย่างพุ่งตรงเข้ามาใส่รูหูทั้งสองข้างรวดเร็วทว่าแน่นหนัก น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างยิ่งกว่าสากกะเบือ ระคายผิวยิ่งกว่าฝอยขัดหม้อ นี่พ่อหนุ่มผมยาวคนนั้นอ่ะ ยังหนุ่มยังแน่น มายืนทำอะไรที่นี่ ป่วยเจ็บนิดหน่อยไม่คิดจะอดทน มาให้เสียเวลาคุณหมอผู้ทรงเกียรติ มาให้เสียเวลาผู้ช่วยพยาบาลอย่างฉันทำไม เห็นไหมว่าคิวมันเยอะจะตาย มีแต่คนแก่ ๆ ช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ทั้งนั้น ไอ้หนุ่มเอ้ย กลับบ้านไปซะ อย่ามาทำให้พวกฉันเสียเวลาพักผ่อนไปมากกว่านี้จะดีกว่า เห็นรึเปล่าว่านี่มีคนมารอคิวทำกายภาพอยู่อีกหลายคน เตียงก็ไม่พอ เวลาก็ไม่มี เราเข้าเวรกันมาตั้งแต่เช้ามืดแล้ว แทบไม่ได้กินข้าวกินปลา ไม่ได้โทรคุยกับสามี ไม่ได้โทรถามลูกว่าฝนตกตกไหม เก็บผ้าให้แม่รึยัง สามีจะแอบไปหาหมอนวดอีกรึเปล่า หวยงวดหน้าจะออกอะไร โปรสิบสิบในช็อปปี้มีสินค้าอะไรน่าสนใจบ้าง พวกฉันไม่มีเวลาเลยเห็นไหม กลับบ้านไปนอนพักนะพ่อหนุ่ม กินยาแก้ปวดสักสองสามเม็ดก่อนนอน แล้วกินน้ำเยอะ ๆ เดี๋ยวก็หาย อย่าทำตัวสำออยนักเลย ท่าทางก็ดูแข็งแรงดีนี่น่า มายืนงุนงงสับสนอะไรอยู่ที่นี่ ไป ๆ เกะกะ ว่าง ๆ ก็ไปหาเวลาออกกำลังกาย อย่ากินเยอะนักเหล้าเบียร์อ่ะแปลก ฉันไม่รู้ว่าฉันได้ยินหรือคิดไปเองหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ฉันตอบกลับไปในความเงียบผ่านสายตาที่คิดว่าสงบนิ่งที่สุดแล้ว ฉันค่อย ๆ เรียบเรียงเสียงในหัวให้อ่อนนุ่มผ่อนคลายน่าฟังที่สุด ก็มันสิทธิ์ของผมนี่คุณป้า ผมเป็นประชาชนคนนึงของประเทศนี้ และก็มั่นใจเหมือนกันว่าผมเสียภาษีมาก็ไม่ใช่น้อย ถึงผมจะมีหนี้ กยศ. อยู่ก็เถอะ สักวันผมจะใช้หนี้ ไม่ต้องห่วง ถึงผมจะเจ็บปวดไม่มากเท่ายายแก่ ๆ พวกนั้น แต่มันก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผมพอสมควร โดยเฉพาะด้านจิตใจ ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะว่าผมอยากหายดีเป็นปกติ จะได้ไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ แฟนของผมจะได้ไม่ต้องมานั่งอ่านข้อความเวลาผมพิมพ์ระบายหรือรายงานการรักษาหรือว่ารายงานการกินยาก่อนเข้านอน ผมคิดว่าเธอคงรำคาญและเบื่อหน่าย ก็เธอกำลังหางานประจำ กำลังใช้เวลาว่างรับงานโน่นนี่ ได้คุยกับผู้คนมากมายหลากหลาย มีแต่คนอยากเข้ามาขอคำปรึกษาจากเธอทั้งนั้น ก็เธอเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ตัดสินคน แต่ลึก ๆ แล้วผมก็ไม่อยากให้เธอไปคุยกับใครจนตกหลุมรักแล้วตีตัวออกห่างจากผม แต่อีกใจ ผมก็ไม่อยากรั้งหรือยื้อเธอไว้ให้รอคนป่วยสำออยอย่างผมกลับมาหายดีซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ป้าไม่เข้าใจผมหรอก ป้าแก่แล้ว ผมว่าป้าแค่ทำหน้าที่ของป้าให้ดีไปเถอะ คุณหมอเขาใช้ให้ทำอะไรก็ทำ อย่ามาทำตัวรู้มากกว่าหมอ แล้วอีกอย่าง ป้ารู้อะไรไหม คุณหมอที่ดูเหมือนเก่งกาจรอบรู้คนนั้นอ่ะ คนที่ยังดูหนุ่มแน่น อายุน่าจะน้อยกว่าผม รู้ไหม เขาวินัจฉัยอาการของผมรวดเร็วมาก แค่ให้ผมยกขาข้างซ้ายขึ้นเกร็งค้างสิบวินาที แล้วถามว่าปวดตรงไหน พอผมตอบว่าตรงน่อง เขาก็บอกผมว่า ผมเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้นมาทับเส้นประสาท แนวทางการรักษามีสามอย่าง กินยา ออกกำลังกาย ทำกายภาพบำบัด ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องผ่าตัด ผมนั่งฟังก็ได้แต่งง งงเป็นไก่ตาแตก ผมเลยถามคุณหมอว่าแล้วผมสามารถออกกำลังกายอย่างอื่นได้ไหมนอกจากที่คุณหมอสั่งให้ยกขาวันละร้อยครั้ง คุณหมอตอบอย่างเร่งรีบว่าได้ แต่ต้องไม่หักโหม ผมพยักหน้า แอบดีใจที่อย่างน้อยก็ไม่เหมือนคนป่วยใกล้ตาย ผมรีบลุกออกจากห้องตรวจ คุณหมอส่งตัวไปเอ็กซเรย์เพื่อบันทึกผล รู้ไหมป้า มันน่าสงสัยตรงที่ว่า พอผมขึ้นมาห้องกายภาพบำบัดที่ป้าทำงานอยู่เนี่ย ผมอยากเห็นผลเอ็กซเรย์ของตัวเองแทบแย่ อยากรู้ว่ากระดูกสันหลังช่วงไหนที่มันไปกดทับเส้นประสาท แต่พอผมขอคุณหมอบนตึกกายภาพดู คอมพิวเตอร์มันดันช้า ภาพยังไม่ถูกส่งมาจากห้องฉายรังสี คุณหมอผู้หญิงร่างท้วมคนนั้นอ่ะป้าเลยเปิดรูปในอินเตอร์เน็ตประกอบการอธิบายให้ผมฟังว่าหมอนรองกระดูกสันหลังผมมันปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทยังไง นี่ผมต้องเชื่อภาพจากอินเตอร์เน็ตเหรอป้า ผมควรจะได้เห็นกระดูกสันหลังตัวเองไม่ใช่เหรอ แต่ผมจะไปมีเวลาคิดหาคำพูดอันสุภาพมาขอดูผลตรวจได้ยังไง ทุกคนดูเร่งรีบรีบจัดคิวคนโน้นคนนี้ขึ้นเตียงดึงหลังกันวุ่น ผมเองก็ต้องเข้าใจว่าตัวเองเป็นเหมือนคนเหล่านั้น คนแก่ ๆ บนเตียงนั่นไงป้า ผมเก็บงำความสงสัยเอาไว้จนทำกายภาพเสร็จ ก็แค่นอนให้เตียงดึงหลัง กับกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยกระแสไฟฟ้า รวม ๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ป้า ป้าดูเหนื่อย ๆ นะ อีกแปปนึงป้า ผมถามคุณหมอบนตึกกายภาพว่าผมสามารถออกกำลังกายได้ไหม คุณหมอตอบรวดเร็ว คนที่นี่พูดจาเร็วกันทุกคน ไม่รู้ว่ารีบไปไหน ไม่คิดจะไตร่ตรองก่อนตอบบ้างเลยรึไง ทำเหมือนว่ามีธุระต้องรีบไปทำตลอดเวลา คุณหมอบอกว่าไม่ต้องออกกำลังกาย ให้อยู่เฉย ๆ แล้วมาทำกายภาพทุกวันจันทร์ อ้าวป้า แต่คุณหมอที่ตรวจผมชั้นล่างบอกให้ออกกำลังกายด้วยการยกขาขึ้นลงวันละหนึ่งร้อยครั้ง ป้าครับ นี่มันยังไงกันแน่ ผมควรจะเชื่อใคร ทำไมการมาหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐมันถึงดูคลุมเครือเร่งร้อนอะไรแบบนี้ แต่ช่างเถอะ ผมเหนื่อยที่จะตั้งคำถามสงสัยอะไรอีกแล้ว ผมไม่อยากแสวงหาคำตอบอะไรไปมากกว่านี้ เพราะทั้งหมดที่ผมได้รับการรักษา ผมจ่ายไปแค่สามสิบบาท ได้ยามากินตั้งสามเดือน พร้อมผลวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและชำนาญว่าผมเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทเล็กน้อย มันคงจะเล็กน้อยจริง ๆ นั่นแหละ แต่ทุกความเจ็บปวดของใครอีกคนมันไม่สามารถเอามาเทียบกับอีกคนได้ จริงไหม ฉันคิดอย่างนั้น ฉันเลยเบื่อและเหนื่อยที่จะยืนตอบโต้ป้าพยายาบาลผู้ช่วยในความเงียบงันอันอึดอัดนั่น ฉันก็แค่ต้องรีบกลับมาบ้าน และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูว่าเธอจะส่งข้อความมาถามไถ่อะไรกันบ้างไหม แต่ก็ไม่มีเลย ฉันเห็นเธอโพสต์ข้อความบ่นโน่นนี่เยอะแยะ เธอคงยุ่งอยู่นั่นแหละ คงไม่มีเวลามาสนใจอาการเจ็บป่วยอันน้อยนิดของฉันหรอก ไม่สิ เป็นฉันเองต่างหากที่บอกเธอว่าถ้ายังไม่หายดีจะไม่ติดต่อเธอไป ฉันเองต่างหากที่อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ทำความเข้าใจตนเองอยู่เงียบ ๆ เดินทางลงลึกสำรวจภายในตนเองอย่างเงียบ ๆ มันน่ากลัวและเปี่ยวเหงาเหลือเกินกับเส้นทางสายนี้ ฉันอิจฉาที่เพื่อน ๆ ได้ออกเดินทางไปเดินป่า ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวตามอุทยานโดยที่ร่างกายยังคงแข็งแรง มีภาพมาอวดกันในกลุ่ม ทิ้งทายด้วยคำเชิญชวนบอกว่าให้ฉันรีบ ๆ หาย จะได้มาสนุกกันเหมือนแต่ก่อน ฉันเองก็อยากหาย ใครจะอยากเป็นแบบนี้ไปตลอด ทุกวันนี้ ฉันไม่สามารถไปไหนได้ไกล แค่นั่งรถเมล์สักครึ่งชั่วโมงฉันก็ปวดหลังแล้ว ฉันจำต้องออกเดินทางเข้าไปภายในตนเองแทน ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับออกมา และก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอจะยังรอคุยกับฉันรึเปล่า เธอนึกอยากพิมพ์ข้อความมาถามไถ่อาการของฉันบ้างไหม คงไม่หรอก เธอคงไม่อยากกวนฉันไปมากกว่านี้ เธอคงกำลังขะมักเขม้นคุยงานหาเงินกับลูกค้าที่มาจ้างเธอทำโน่นทำนี่ ความสามารถเธอเริ่มฉายแสงเป็นรายได้แต่ละวันแล้วมากพอสมควร พ่อแม่เธอคงเลิกบ่นและกดดันเคี่ยวเข็ญเธออีกแล้ว เธอคงมีความฝัน ความหวังในแบบของตัวเอง สนุกสนานกับการไล่ล่าหาเงินตรามาสะสมเอาไว้เดินทางท่องเที่ยวรอบโลก และเธอเองก็คงมีโอกาสได้พบเจอกับคนอื่น ๆ และอาจพบคนที่ถูกใจเข้าสักวัน คนที่จะไม่งี่เงางอแงเอาแต่ใจ คนที่จะตอบสนองความต้องการของเธอได้ทุกเมื่อ คนที่จะจูงมือเธอไปหาพ่อแม่แล้วบอกว่าเราจะไปใช้ชีวิตด้วยกัน คนที่จะขอเธอแต่งงาน พาเธอไปเลือกดูชุดเจ้าสาว ช่วยกันออกแบบว่าในงานจะเชิญใครมาบ้าง คนที่จะช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัวของเธอให้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งคนคนนั้นอาจไม่ใช่ฉัน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถึงตอนนั้นฉันก็คงเศร้าใจ ฉันคงยังไม่สามารถกลับออกมาจากการสำรวจตนเองได้ ฉันคงตรอมตรมนอนเกลือกกลิ้งทุรนทุรายอยู่ในหนองน้ำหนาวเหม็นเน่าเย็นเยือกบาดผิว ถูกปลารุมกัดแทะเนื้อหนังจนสลายหายไปกับสายน้ำ และหลังจากนั้น ตัวฉันในอีกรูปแบบหนึ่งก็คงจะนอนหลับฝันถึงคนแปลกหน้าร่วมรักกันอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันคงต้องเก็บงำอารมณ์ปรารถนาอันข้นขลักเหม็นคาวเอาไว้คนเดียว เสียวกระสันสั่นซ่าเริงร่าเปลี่ยวเฉาในความต้องการเธอได้เพียงแค่ในฝันเท่านั้น ฉันคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว นอกจากทำใจยอมรับในทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือว่ามันกำลังจะเกิด ฉันกลัวเหลือเกิน ช่วยบอกฉันทีว่าทั้งหมดที่ฉันกังวลมันเป็นแค่เรื่องไร้สาระที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง มันจะเป็นแค่อาการเพ้อคลั่งของคนป่วยไข้ที่หลงทางในโรงพยายาบาลร้างอันน่ากลัวที่เต็มไปด้วยดวงวิญญาณผู้เหงาหงอย มันจะเป็นถ้อยคำเลื่อนลอยของนักเขียนฝึกหัดผู้หลงคิดว่าตนเองสามารถสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกออกมาได้ มันจะเป็นแค่นิยายไร้ราคาที่ถูกขายในร้านหนังสือมือสองที่ไม่มีใครหันมาเหลียวแลสนใจ ฉันจะบอกตนเองอย่างนั้น บอกตนเองว่าคิดมาก แต่ความกลัวมันก็ยังคงอยู่ คงอยู่อย่างนั้น พอแล้ว ขอให้มีความสุขนะ ฉันเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกตอนที่เธอบอกว่าจะไม่คุยกับฉันแล้ว จะไปหาคุยกับคนอื่นแทน พอแล้ว ฉันก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไรทั้งที่ในใจมันร้อนลุ่มคับแค้นอยากพิมพ์ด่าเธอเสียหาย ๆ แต่ฉันก็ไม่ทำ ฉันทำไม่ได้แล้ว ฉันไม่สามารถด่าคนที่ปลอบประโลมฉันตอนร้องไห้ได้ ฉันจึงทำได้แค่พิมพ์บอกเธอว่า ขอให้มีความสุขนะ ทั้งที่ฉันเองยังไม่รู้เลยว่าความสุขมันมีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่ ขอให้มีความสุขนะที่รัก ขอให้มีความสุข แม้ตรงนั้นจะไม่มีฉันอยู่ด้วยก็ตาม แม้ฉันจะไม่ได้กลับมาจากการเดินทางสำรวจตนเอง

ChoLE

ตัวฉันประสบกับความล้มเหลวในชีวิต แต่ใครตัดสินล่ะ พวกคุณ หรือตัวฉันเอง.... ?


0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ

[BL] Day-Star ดาวเจ้าเอ๋ย : ตอนที่ 1 (2)

วันที่ 1 ทรงมอบแสงสว่างแยกจากความมืด (2) ตามที่เขาเข้าใจ ในพระคัมภีร์มีกล่าวถึงวันสิ้นโลก น้ำท่วมโลกไว้แทบจะทุกคำสอน จนมันกลายเป็นตำนานที่คนเอามาทำเป็นภาพยนตร์บ้าง ซีรีส์บ้าง การ์ตูนบ้าง แม้แต่เกมห...

11 เดือนที่ผ่านมา

ไม่บังเอิญ

เราต่างเกิดมาพร้อมกับรหัสลับบางอย่าง ทั้งชื่อที่ถูกตั้งตามคำนวณวันเดือนปีเกิด และเวลาตกฟากที่พอเหมาะพอเจาะ ถ้ามีคนถามว่าทำไมชื่อนี้ คงตอบได้ง่ายว่ามาจากวันเดือนปีเกิด นั่นล่ะคือความเชื่อ งั้นพอเชื่...

10 เดือนที่ผ่านมา

กรณียเมตตสูตร

พึงเป็นผู้องอาจ ซื่อตรง มีความประพฤติดีงาม และมีความอ่อนน้อม พึงเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย อ่อนโยน และไม่มีความถือตัวเย่อหยิ่ง พึงเป็นผู้สันโดษ (ยินดีในสิ่งที่ตนมี) เป็นผู้เลี้ยงง่าย มีกิจธุระน้อย พึงมี...

10 เดือนที่ผ่านมา

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ