เรื่อง เกิดใหม่เป็นภริยารองของคุณชายจอมเสเพล [BL] บทที่ 3 โดย silverho
“ท่านกำลังทำอะไรอยู่รึ?” ชายหนุ่มร่างเพรียวในอาภรณ์สีอ่อนเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ เพราะเมื่อวานหลับไม่ค่อยลง รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ก็เลยตัดสินใจถ่างตาจนรุ่งสางมาเยือน พอเดินออกมาสูดอากาศที่ด้านนอกก็พบเข้ากับหลี่ไป๋ที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่เพียงคนเดียว ด้วยความเบื่อหน่ายเลยแวะไปทักทายเสียหน่อย
“ฝึกวรยุทธยามเช้าขอรับฮูหยินเล็ก” ว่าพลางส่งยิ้มให้ แล้วกลับไปตั้งใจฝึกฝนสมรรถภาพทางกายของตนต่ออย่างขะมักเขม้น เพ่ยอิงเองก็อยากลองฝึกดูบ้าง เผื่อวันใดที่สามีใช้กำลังกับตนเอง เขาจะได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมานี้ไปจัดการเสียให้เข็ด
“ฝึกให้ข้าบ้างได้หรือไม่?” ว่าพลางชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ ฝ่ายหลี่ไป๋ถอยหลังกรูดจนตัวแนบชิดติดกำแพง เพ่ยอิงมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าฉงนก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง
“ข้าเองก็อยากเรียนวิชาวรยุทธกับเขาบ้าง เจ้ามิเห็นหรือว่าข้าอ่อนแอมากเพียงใดตอนอยู่ที่ตลาด ข้าไม่ต้องการวรยุทธอันสูงส่งอะไรมากมาย ขอเพียงแค่มีไว้เพื่อป้องกันตัวได้ข้าก็พอใจแล้ว” ว่าพลางเดินเข้าไปหาว่าที่อาจารย์ของตัวเองใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ หลี่ไป๋ยกมือขึ้นมาทันใด ท่าเดียวกับพระปางห้ามญาติ ก่อนจะกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นได้โปรดฮูหยินน้อยช่วยกลับไปเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนได้หรือไม่?”
เพ่ยอิงเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะมองชุดที่ตัวเองสวมใส่อยู่ มันบางมากจนเห็นถึงเนื้อในก็จริง แต่บุรุษด้วยกันจะทำเป็นเขินอายไปไย จุดแก่นกลางก็มีเหมือนกัน แม้ว่าขนาดอาจจะไม่เท่ากันก็ตาม
“ไม่เห็นจะเป็นอะไร-”
“ขออนุญาตขอรับ” ว่าพลางนำเสื้อของตัวเองมาคลุมให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ เพ่ยอิงจึงขอน้อมรับน้ำใจนั้นเอาไว้ แล้วเดินตามหลังของหลี่ไป๋ไปต้อย ๆ ราวกับลูกเจี๊ยบที่ต่อแถวเดินตามแม่ไก่ของตัวเองก็ไม่ปาน
เพ่ยอิงได้เรียนรู้วรยุทธป้องกันตัวมาสองสามกระบวนท่า โชคดีมากที่แต่เดิมแล้วเพ่ยอิงเป็นคนฉลาด และเรียนรู้ได้เร็ว ทำให้เขาสามารถเข้าใจการสั่งสอนของหลี่ไป๋ได้อย่างทันท่วงที จนหลี่ไป๋เองก็นึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“สำหรับวันนี้ก็เอาเพียงแค่นี้ไปก่อนแล้วกันขอรับ เดี๋ยวร่างกายจะรับภาระหนักเกินไป”
“รับทราบ ขอบคุณท่านอาจารย์มาก” เพ่ยอิงเอ่ยพลางทำท่าโค้งคำนับ หลี่ไป๋รีบปรามอีกฝ่ายทันใด
“ฮูหยินน้อยอย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลยขอรับ คนต่ำต้อยเช่นข้าจะไปเป็นอาจารย์ของท่านได้อย่างไร” ว่าพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย เพ่ยอิงส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินไปคืนเสื้อคลุมที่อีกฝ่ายให้หยิบยืม
“แต่สำหรับข้า ท่านหาใช่คนต่ำต้อยอย่างที่ท่านกล่าวมาไม่ จิตใจของท่านสูงส่งกว่านั้นมากโขเลยทีเดียว”
หลี่ไป๋จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นถี่และเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่ใบหน้าจะขึ้นสีจนอีกฝ่ายสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
“ท่านเองก็รีบเข้าไปหลบในร่มได้แล้ว ตรงนี้แดดแรงนัก เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปหรอก” ว่าจบก็เดินดันหลังของหลี่ไป๋ให้เข้าไปหลบใต้ชายคาเดียวกัน ยืนซับเหงื่อของตัวเองอยู่สักพักก่อนจะหันไปบอกลา
“ข้าว่าได้เวลาที่ข้าต้องไปชำระล้างร่างกายสักหน่อยแล้ว ไว้เจอกันนะท่านอาจารย์” เพ่ยอิงรีบเร่งฝีเท้าเพราะกลัวโดนแดดเผา หลี่ไป๋จ้องมองร่างเพรียวนั้นวิ่งห่างออกไปอย่างไม่ลดละ ก่อนจะดึงสติของตัวเองกลับมาได้ทัน มิเช่นนั้นเขาคงเผลอไผลหัวใจไปให้กับคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วเป็นแน่
“เมื่อตอนรุ่งสาง เจ้าไปทำอะไรกับหลี่ไป๋แค่สองคน” เพ่ยอิงที่กำลังจะเอาขนมเข้าปากถึงกับชะงักทันใด ก่อนจะเหลือบไปมองอีกฝ่าย ในใจพลางคิด ที่จวนมันมีกล้องวงจรปิดติดเอาไว้หรือไง? ทำไมเขาทำอะไรไอ้หมอนี่มันรู้หมดทุกอย่างเลย?
“คุยกันประสาคนรู้จัก”
“เจ้าเองก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว มิคิดว่าการแอบคุยกับชายอื่นแค่เพียงลำพังมันเป็นเรื่องไม่ดีหรอกรึ?” เพ่งอิงมองไปทางเมิ่งหานด้วยสายตาเบื่อหน่าย ก่อนจะวางขนมลงบนจานแล้วตอบกลับ
“ข้าแค่คุย ทีท่านไปนอนกับโสเภณีนับไม่ถ้วนข้ายังไม่ถือสาอะไรเลย” เมิ่งหานชะงักทันใดหลังจากได้ฟังคำจากภรรยารอง หากเป็นยามปกติเขาก็คงจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาแก้ตัวกับคำครหานั้น ทว่าในครานี้กลับไม่เหมือนกัน เขาไม่อยากโกหกเพ่ยอิงอีกต่อไปแล้ว
“พักหลังมานี้ข้าไม่ได้ไปแล้ว” เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากกว่าที่เคย เพ่ยอิงเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะหยิบขนมขึ้นมาเข้าปาก เคี้ยวจนแก้มป่องราวกับเจ้ากระต่ายตัวน้อย
“ก็ดี พี่เพ่ยซานได้ยินคงดีใจแย่”
“แล้วเจ้ามีดีใจรึ?” ถามออกไปอย่างคาดหวังกับคำตอบที่จะได้รับกลับมา ทว่าเพ่งอิงกลับไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยทันที เขาเคี้ยวขนมจนหมดปากก่อนแล้วค่อยพูด
“ดีใจสิ” ท่านจะได้เก็บเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายกับพวกนางโลมทั้งหลายมาซื้อของให้ข้าแทน ทีนี้แหละรวยเละ เพ่ยอิงคิดในใจเสียงดัง
“...เช่นนั้นข้าจะไม่ไปอีกตลอดชีวิตเลย” ว่าพลางยกยิ้มเล็กน้อยอย่างพึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับ เพ่ยอิงลอบมองท่าทางของอีกฝ่ายเป็นระยะ รู้สึกได้ว่าพักนี้สามีของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยผลักไสไล่ส่ง ทุกวันนี้กลับมาเยี่ยมเยียนที่ห้องของเขาแทบทุกวัน มาพร้อมกับขนมในมือทุกครั้งอีกด้วย บางวันก็เอาของขวัญที่ได้จากตลาดมาให้ มิใช่ว่าผีบ้าในตัวมันถูกขับไล่ไปแล้วหรอกรึ? ก็เลยดูเป็นผู้เป็นคนกับเขาขึ้นมาบ้างแล้ว
“เพ่ยอิง”
“หื้ม?”
“คืนนี้ข้านอนด้วยนะ” ขนมที่เพิ่งจะกินไปแทบติดอยู่ในลำคอ นี่เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย? เมิ่งหานจะมานอนที่ห้องเขาอย่างนั้นเหรอ? ภรรยารองที่มักจะโดนเมินเฉยจากสามีอย่างเพ่ยอิงคนนี้น่ะนะ?
“ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า จวนพี่เพ่ยซานอยู่อีกฝั่งหนึ่งต่างหาก” ว่าพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วกำลังจะออกไปเดินเล่นข้างนอกห้อง
“ไม่ผิดหรอก คืนนี้ข้าจะมานอนกับเจ้าที่ห้องนี้” เพ่ยอิงมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกมาจากในห้อง พูดพึมพำกับตัวเองราวกับคนบ้า
“หรือเพราะว่าไม่ได้ไปเที่ยวหอแดงนานมันก็เลยเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา มันก็เลยจะมาลงกับเรางั้นรึ? ไม่ได้ ๆ จะให้เกิดเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด” ว่าพลางเดินดุ่ม ๆ ไปยังศาลาริมน้ำที่อยู่ห่างจากที่พำนักของเขาอยู่มากพอสมควร
“จะมั่วแต่เอ้อระเหยปล่อยให้วันเวลามันผ่านเลยไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว ท่าทีของเจ้าเมิ่งหานก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน แบบนี้ก็อดกังวลไม่ได้เลยน่ะสิว่าเมื่อไหร่ที่จะโดนมันเจาะไข่แดง โอย! เครียดเว้ย!” เพ่ยอิงฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเพราะแผนการที่วางเอาไว้เหมือนจะพบเจออุปสรรคครั้งใหญ่เข้าให้เสียแล้ว
“สลับตัว! ให้เพ่ยซานมาอยู่ที่ห้องข้าแทน แบบนี้ข้าก็ไม่ต้องไปหลับนอนกับเขาแล้ว” เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบสาวเท้าไปยังที่พักของเพ่ยซานทันที ก่อนจะได้รับข่าวร้ายว่าพี่สาวตัวเองออกไปทำธุระข้างนอก กว่าจะกลับก็ช่วงพลบค่ำ เพ่ยอิงเดินหมดอาลัยตายอยากกลับมายังศาลาริมน้ำหลังเดิม ทว่าคราวนี้กลับมีคนเดินติดสอยห้อยตามมาด้วย
“ฮูหยินน้อยรู้สึกไม่ดีตรงไหนงั้นหรือขอรับ เหตุใดจึงได้มีท่าทางเศร้าสร้อยเช่นนั้น” เป็นหลี่ไป๋นั่นเองที่ตามหลังเขามาเพื่อสอบถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพ่ยอิงผงกหัวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง
“ไม่มีอะไรหรอกท่าน แค่มีเรื่องให้ข้าคิดไม่ตกเท่านั้นเอง” พูดจบก็ฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะต่อ หลี่ไป๋สังเกตท่าทางของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าอยู่สักพัก ก่อนจะเดินไปนั่งที่ฝั่งตรงข้าม
“ปรึกษาข้าได้นะขอรับ แม้ว่าข้าจะไม่สามารถให้คำแนะนำที่ดีที่สุดให้ท่านได้ แต่อย่างน้อย ๆ ท่านก็จะได้ระบายมันออกมา” เพ่ยอิงเงยหน้าขึ้นมาทันใด ลังเลอยู่นานว่าจะเล่าเรื่องที่ตัวเองคิดไม่ตกอยู่ กับอีกฝ่ายดีหรือไม่ ก่อนที่ต้นตอของความเครียดทั้งหมดจะส่งเสียงทักทายกลางวงสนทนา
“มาทำอะไรตรงนี้กันแค่สองคน...อีกแล้ว?”
“คุณชายซ่ง” หลี่ไป๋ลุกขึ้นทำความเคารพอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ฝั่งเมิ่งหานเองทำเพียงแค่ใช้สายตาเหยียดมองผู้ที่ต่ำต้อยกว่าด้วยหางตาเท่านั้น ก่อนจะหันไปพูดคุยกับภรรยาของตัวเอง
“เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร?” ว่าพลางเอื้อมมือไปเชยคางของเพ่ยอิง ฝ่ายชายหนุ่มหน้าสวยทำใบหน้างุนงงทันใด จะให้แก้ตัวอะไร? เขามีเรื่องที่ทำผิดไปด้วยงั้นหรือ?
“ได้โปรดคุณชายอย่าได้คิดไปไกล ข้ากับฮูหยินน้อยเพียงพูดคุยกันเรื่องวรยุทธที่ร่ำเรียนไปเท่านั้น” ว่าพลางเหลือบมองเพ่ยอิงไปด้วย เมิ่งหานทำสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมากก่อนจะประกาศกร้าวเสียงดัง
“นับแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่กับชายารองของข้าเพียงลำพัง หากพบเห็นเมื่อใด...ข้าจะสั่งลงโทษเจ้าทันที!” เพ่ยอิงคิ้วกระตุกทันใดที่ได้ยินคำสั่งที่ช่างเผด็จการอะไรแบบนั้น จึงรีบลุกขึ้นมาแย้งทันใด เพื่อทวงสิทธิให้กับหลี่ไป๋
“ท่านเป็นแค่นายจ้างไม่ใช่เจ้าชีวิตเขาสักหน่อย อย่าบ้าอำนาจให้มันมากนักเลย” เมิ่งหานหันมามองค้อนใส่เพ่ยอิง มือไม้สั่นไปหมดด้วยความโมโหโกรธา ภายในใจก็คิดไปต่าง ๆ นานาว่าเพ่ยอิงเลือกที่จะเข้าข้างหลี่ไป๋แทนที่จะเป็นเขา ผู้เป็นสามีตัวจริง
“เจ้ากล้าออกตัวปกป้องมันถึงเพียงนี้เชียวรึ? รักมันมากเลยสินะไอ้ชายชู้คนนี้น่ะ!!” ว่าพลางหันไปชักดาบของผู้ติดตามมาจ่อที่คอหอยของหลี่ไป๋ เพ่ยอิงสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ พลางคิด ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว!
“ท่านช่วยฟังคนอื่นเขาพูดก่อนได้มั้ย หลี่ไป๋กับข้าเป็นแค่ศิษย์อาจารย์กัน ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยแบบที่ท่านคิด-”
“หากวันนี้ข้าไม่ได้เอาเลือดหัวเจ้าออก ก็อย่ามาเรียกข้าว่าซ่ง เมิ่งหาน!!” ว่าพลางพุ่งตัวเข้าไปหาอีกฝ่าย มือกำดาบไว้แน่น เป้าหมายคือปลิดชีพศัตรูหัวใจคนนี้เสียให้สิ้นซาก
“ทำบ้าอะไรของเจ้าเมิ่งหาน?” เสียงดังกังวานของใครคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ชายปริศนาคนนั้นเป็นตาเดียว
รูปร่างสูงโปร่ง กับเส้นผมสีขาวยาวถึงกลางหลัง สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิท บุคคลดังกล่าวค่อย ๆ เดินมาที่ศาลาริมน้ำ เหลือบมองเมิ่งหานด้วยสายตาพิฆาต
“นี่บ้านนะไม่ใช่ลานประหาร ที่เจ้าคิดจะมาฆ่าแกงใครในนี้ก็ได้ วางดาบนั่นลงซะก่อนที่ข้าจะเหลืออด” น่าแปลกที่คนหัวรั้นแบบเมิ่งหานยอมทำตามสิ่งที่ชายคนนี้พูดทุกอย่างอย่างว่าง่าย ไม่มีอิดออด นั่นแสดงให้เห็นว่าชายแปลกหน้าคนนี้จะต้องเป็นคนมีอิทธิพลต่อตระกูลซ่งมากอยู่พอสมควร
“ต้องขอโทษแทนหลานชายข้าด้วยนะ คราวหลังข้าจะสั่งสอนเขาให้ดีกว่านี้” ว่าพลางถอดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับพ่อสามีไม่มีผิด
“ไม่ทราบว่าท่านคือ?” ด้วยความที่หลี่ไป๋เพิ่งจะมาทำงานในฐานะของผู้ติดตามของซ่ง เมิ่งหานได้ไม่นาน จึงไม่อาจทราบได้เลยจริง ๆ ว่าคนตรงหน้านี้คือผู้ใด ทราบเพียงว่าน่าจะเป็นเครือญาติกันกับนายเหนือหัวของตนเท่านั้น
“เจ้าคงเป็นทหารรับจ้างที่เพิ่งจะมาทำงานได้ไม่นานงั้นสินะ ข้ามีนามว่าซ่ง ชางเหอ เป็นท่านอาของเจ้าเด็กอารมณ์ร้อนคนนี้เอง” เพ่ยอิงแทบยกมือขึ้นมาทำความเคารพแทบไม่ทัน เขาก็แอบคิดเอาไว้อยู่ว่าชายผู้นี้จะต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับตระกูลซ่งเป็นแน่ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะเป็นน้องชายของพ่อสามีตัวเอง
“ข้าน้อยขอทำความเคารพใต้เท้า”
“ทำความเคารพท่านอา” เพ่ยอิงกล่าวพลางโค้งคำนับเป็นการแสดงความเคารพให้กับผู้ที่อาวุโสกว่า ฝ่ายนั้นทำเพียงหยักหน้ารับก่อนจะเอ่ย
“หึงหวงจนหน้ามืดตามัว คืนนี้ไปเจอข้าที่ห้องคัมภีร์ อย่าได้ช้าแม้เพียงเสี้ยววินาที” ว่าจบก็หันมาส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยให้หลี่ไป๋และเพ่ยอิง โดยมีเมิ่งหานที่เงียบสงบไปราวกับสุนัขที่กลัวเจ้าของเดินตามหลังไปติด ๆ
“นี่สินะที่มาของคำว่าหน้าเนื้อใจเสือ” เพ่ยอิงเอ่ยพึมพำก่อนจะหันมามองที่หลี่ไป๋ ตรวจสอบผ่านสายตาว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดแผลใด ๆ ก็รู้สึกโล่งอก
“โชคดีที่ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บ”
“คนเป็นนสามีคนไหนก็มิชอบให้คนของตัวเองไปอยู่กับชายอื่นหรอกขอรับ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณชายซ่งเขาจะโมโหโกรธาถึงเพียงนั้น เป็นข้าก็คงทำไม่ต่างกัน” ว่าพลางเดินถอยห่างออกไปเล็กน้อย เพื่อเป็นการรักษาระยะห่างระหว่างเขาและฮูหยินน้อย
“ปกติก็ไม่เห็นจะหันมาดูดำดูดีข้าด้วยซ้ำ พักหลัง ๆ มานี้เหมือนผีบ้าในตัวมันโดนกำราบกระมัง เลยมาทำเป็นหึงหวงไม่รู้จักเวล่ำเวลาเช่นนี้” เพ่ยอิงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ก่อนจะหวนนึกถึงคำพูดของชายคนนั้นก่อนหน้านี้
‘หึงหวงจนหน้ามืดตามัว คืนนี้ไปเจอข้าที่ห้องคัมภีร์ อย่าได้ช้าแม้เพียงเสี้ยววินาที’
แสดงว่าคืนนี้เขาก็ไม่ต้องร่วมหลับนอนกับเมิ่งหานแล้วน่ะสิ เพ่ยอิงคิดแล้วก็รู้สึกดีใจจนอาการออกทางสีหน้าท่าทาง หลี่ไป๋มองอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู ก่อนจะตบหน้าเรียกสติของตัวเองกลับมา ทำเอาเพ่ยอิงที่กำลังยืนอารมณ์ดีอยู่นั้นตกอกตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว
“ท่านตบหน้าตัวเองทำไม? แมลงมันไปเกาะหน้ารึ?”
“เอ่อ...ประมาณนั้นขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอตัวไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อก่อน ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของฮูหยินน้อยนะขอรับ” ว่าพลางเดินห่างออกมาจากตัวศาลาริมน้ำนั่นเรื่อย ๆ เพ่ยอิงไม่รอช้ารีบโบกมือลาพลางพูดไปด้วย
“ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของท่านเช่นกันนะลูกพี่- เอ๊ย! ท่านอาจารย์” ท่าทางอันแสนน่าเอ็นดูนั่นทำให้บนใบหน้าของหลี่ไป๋เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนหน้าที่เขาจะได้มาทำงานในตำแหน่งคนติดตามของคุณชายซ่ง ก็พอจะทราบข่าวเกี่ยวกับภรรยาทั้งสองของผู้ว่าจ้างมาอยู่บ้าง ทว่าเพ่ยอิงคนเก่าในความทรงจำที่แสนเลือนรางของเขา มักเอาแต่นั่งอ่านหนังสือตำรับตำรา ไม่ค่อยเสวนากับผู้ใด และที่สำคัญคือเป็นที่ชังของสามีตนเอง ตัดภาพมายังปัจจุบันมันช่างตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
“เพราะอะไรจึงทำให้ฮูหยินน้อยเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้กันนะ” หลี่ไป๋พูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปประชุมเกี่ยวกับเรื่องการอารักขาผู้ว่าจ้าง ร่วมกับผู้ติดตามคนอื่น ๆ
เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ
Something Left Behind in Seoul
In 2022, my girlfriend went to Korea several times. back then it looked like she was falling in love with Korea. Everytime she comes back to Thailand, the country we were both born and raise, she a...

ไวไว
ปีนี้ผ่านไปไวมากเลย มีใครคิดเหมือนกันไหมนะ เหมือนพึ่งอยู่ต้นปี กะพริบตาแป๊ปเดียวก็สงกรานต์ กะพริบตาอีกที แม่เจ้าโว้ยยย จะสิ้นปีแล้วเหรอ อีกไม่นานก็คริสต์มาสกับปีใหม่ แถมลมหนาวกำลังเดินทางมาอีก แค่ค...

ยังคงอยู่ ในสักที่
ฉันหยุดเดินแล้วยกกล้องขึ้นมาถ่าย ฉันถ่ายแม้กระทั่งเศษเสี้ยวเล็กๆของมัน มือทั้งสองและดวงตาหนึ่งคู่ตั้งใจเก็บภาพตรงหน้าให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ภาพที่จะอยู่ แต่ความรู้สึกที่ฉันมีในตอนนั้น ตอนที่นิ้วค่อยๆ...
0 ความคิดเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น